- 14 มีนาคม 2026
- ประกันภัยรถยนต์
- 68 Views
การซื้อประกันภัยรถยนต์หรือ พ.ร.บ. ในนามบริษัทหรือนิติบุคคล มีสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่สำคัญคือการนำค่าเบี้ยประกันมาหักเป็นค่าใช้จ่ายบริษัทได้ แต่ในขณะเดียวกัน ฝ่ายบัญชีหรือเจ้าของกิจการจำเป็นต้องมีความเข้าใจเรื่อง “การหักภาษี ณ ที่จ่าย (Withholding Tax)” เพื่อให้การดำเนินการถูกต้องตามระเบียบของกรมสรรพากร บทความนี้จะช่วยสรุปขั้นตอน เงื่อนไข และวิธีคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย 1% สำหรับประกันภัยไว้อย่างครบถ้วน
สารบัญ
เงื่อนไขการหักภาษี ณ ที่จ่าย สำหรับนิติบุคคล
ไม่ใช่ทุกยอดซื้อที่จะสามารถหักภาษีได้ โดยหลักเกณฑ์พื้นฐานมีดังนี้:
ผู้เอาประกันภัย: ต้องมีสถานะเป็นนิติบุคคล (บริษัท จำกัด, ห้างหุ้นส่วนจำกัด) หรือทำประกันในนามนิติบุคคลเท่านั้น
เกณฑ์ขั้นต่ำ: ต้องมียอด ค่าเบี้ยประกันภัยสุทธิ (Net Premium) ตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป จึงจะเข้าเงื่อนไขการหักภาษี ณ ที่จ่าย 1%
ข้อยกเว้น
ภาษีหักณที่จ่าย เบี้ยประกัน ไม่ถึง 1000 หักไม่ได้ แต่มีข้อยกเว้น
1.หักประกันแบบเดี่ยว ถ้าซื้อพรบ รถยนต์คันเดียวหักไม่ได้ แต่ถ้าซื้อพรบ.เบี้ยเกิน 1000 หักได้ ในเงื่อนไขปกติ
2.หักประกันแบบซื้อแพคคู่ : ประเภทรวมพรบ
ตัวอย่าง ซื้อประกันภาคสมัครใจ และพรบ.รถยนต์ นำมารวมเป็น 1 ก้อน สามารถนำมาหักณที่จ่ายได้ โดยนำมาหักยอดรวมได้
3.หักประกันแบบซื้อรวมกัน : ซื้อประกันหลายๆฉบับพร้อมกัน ตัวอย่างได้ลูกค้า 1 บริษัท ซื้อประกันรถหลายๆ คันรวมกัน แต่หมดคนละเดือน หมดคนละรอบ นำหลายๆฉบับมารวมกัน
เงื่อนไข
- บริษัทประกันเดียวกัน
- การชำระเงินในวันเดียวกัน แต่วันที่คุ้มครองคนละวันได้ ตัวอย่าง ซื้อประกันรถยนต์ คันที่ 1 คุ้มครองวันที่ 11/3/26 รถยนต์คันที่ 2 คุ้มครอง 20/3/26 นำประกันทั้ง 2 คันมารวมกันได้ รวมหัก ณ ที่จ่ายได้
- ต้องแจ้งงานในรหัสเดียวกัน
วิธีคำนวนนำเบี้ยสุทธิ
ถอดภาษีและอากรออก ไม่แนะนำเอาสูตร 0.9309 ใช้ไม่ได้กับหักณที่จ่าย 1 % + อากร…ค
ลิ๊กจากภาพได้เลยค่ะ
ตัวอย่าง ลูกค้าจ่ายค่าเบี้ยประกัน 10000 บาท
ให้เราเอาเข้าสูตรคำนวนค่าคอมหน้าเว็บศรีกรุง ใส่เบี้ยประกัน 10000 ได้เบี้ยสุทธิ 9307.79 +อากร 38 =9345.79 x 10% =93.45
พอลูกค้าชำระเงิน จะชำระ 10000 -93.45 =9906.55
ลูกค้าจะออกเอกสารหัก ณ ที่จ่ายกลับเข้ามาให้ศรีกรุง เอกสารคล้ายๆตัว 50 ทวิ เพียงแต่จะเป็นคนละช่องกัน
วิธีคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย 1% (รวมอากรแสตมป์)
ฐานภาษีที่ใช้ในการคำนวณ 1% ไม่ได้ใช้ยอดเบี้ยรวมทั้งหมด (Gross Premium) แต่ใช้ ยอดเบี้ยสุทธิ รวมกับ อากรแสตมป์ (ไม่รวม VAT 7%)
สูตรการคำนวณ: (เบี้ยสุทธิ + อากรแสตมป์) x 1% = ยอดภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ตัวอย่าง: เบี้ยสุทธิ 13,639 บาท + อากร 55 บาท = 13,694 บาท ยอดภาษีที่ต้องหักคือ 136.94 บาท
ตัวอย่งการเขียนหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย
เอกสารนี้ลูกค้าออกเอง หรือถ้าเราจะบริการให้ลูกค้า ศรีกรุงจะทำการออกเอกสารหักณที่จ่ายให้เรา แต่ถ้าเราลดค่าประกันให้ จะออกเอกสารหักให้ลูกค้าเอง
ตัวอย่าง ของศรีกรุง จะออกใบหักณที่จ่ายให้ลูกค้า หักให้กับบริษัทประกันภัย ไม่ใช้ศรีกรุง
วิธีการกรอกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)
การกรอกเอกสารให้ถูกต้องช่วยลดปัญหาการตีคืนเอกสารจากฝ่ายบัญชี:
ข้อมูลผู้หักภาษี: ใส่ชื่อ ที่อยู่ และเลขผู้เสียภาษีของบริษัทลูกค้า (ผู้เอาประกัน)
ข้อมูลผู้ถูกหักภาษี: ใส่ชื่อและเลขผู้เสียภาษีของ บริษัทประกันภัย (ไม่ใช่ชื่อตัวแทนหรือโบรคเกอร์)
จำนวนเงินที่จ่าย: ระบุยอดเบี้ยสุทธิรวมอากรแสตมป์
ยอดภาษี: ระบุจำนวนเงินที่คำนวณได้ 1%
ข้อควรระวังและกำหนดการส่งเอกสาร
การส่งเอกสาร: หลังจากหักภาษีแล้ว ต้องส่งหนังสือรับรองฉบับจริงไปยังฝ่ายการเงินของบริษัทโบรคเกอร์หรือบริษัทประกันทันที
งานช่วงปลายปี: เอกสารที่เกิดขึ้นในรอบปีปัจจุบัน ควรส่งถึงบริษัทไม่เกินวันที่ 5 มกราคมของปีถัดไป เพื่อให้ทันรอบการทำบัญชีและปิดงบ
อ้างอิง : Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.
ที่อยู่ในการจัดส่งเอกสาร
ส่งเอกสารใบหัก ณ ที่จ่ายตามที่อยู่ที่แจ้ง
บทสรุป
การหักภาษี ณ ที่จ่าย 1% สำหรับประกันภัยรถยนต์นิติบุคคล ไม่ใช่เรื่องยากหากเข้าใจหลักการคำนวณจากยอด “เบี้ยสุทธิรวมอากร” และตรวจสอบเงื่อนไขยอดขั้นต่ำ 1,000 บาทให้ถี่ถ้วน การดำเนินการที่ถูกต้องจะช่วยให้บริษัทของท่านจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพและถูกหลักสรรพากรครับ
ไม่ใช่ทุกยอดซื้อที่จะสามารถหักภาษีได้ โดยหลักเกณฑ์พื้นฐานมีดังนี้:
ผู้เอาประกันภัย: ต้องมีสถานะเป็นนิติบุคคล (บริษัท จำกัด, ห้างหุ้นส่วนจำกัด) หรือทำประกันในนามนิติบุคคลเท่านั้น
เกณฑ์ขั้นต่ำ: ต้องมียอด ค่าเบี้ยประกันภัยสุทธิ (Net Premium) ตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป จึงจะเข้าเงื่อนไขการหักภาษี ณ ที่จ่าย 1%
ฐานภาษีที่ใช้ในการคำนวณ 1% ไม่ได้ใช้ยอดเบี้ยรวมทั้งหมด (Gross Premium) แต่ใช้ ยอดเบี้ยสุทธิ รวมกับ อากรแสตมป์ (ไม่รวม VAT 7%)
สูตรการคำนวณ: (เบี้ยสุทธิ + อากรแสตมป์) x 1% = ยอดภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ตัวอย่าง: เบี้ยสุทธิ 13,639 บาท + อากร 55 บาท = 13,694 บาท ยอดภาษีที่ต้องหักคือ 136.94 บาท
ในกรณีที่ซื้อ พ.ร.บ. แยกฉบับซึ่งมักมีราคาไม่ถึง 1,000 บาทต่อฉบับ สามารถรวมกันเพื่อหักภาษีได้โดยมีเงื่อนไข:
- ต้องซื้อจาก บริษัทประกันภัยเดียวกัน
- ต้องชำระเงินใน วันเดียวกัน เท่านั้น
- ยอดรวมเบี้ยสุทธิของทุกฉบับต้องเกิน 1,000 บาทขึ้นไป


