วิธีเช็คเบี้ยแจ้งงานกับศรีกรุงโบรคเกอร์

วิธีเช็คเบี้ยแจ้งงาน

การทำงานร่วมกับ ศรีกรุงโบรคเกอร์ เพื่อให้ได้รับรายได้และสร้างธุรกิจที่ยั่งยืนนั้น หัวใจสำคัญคือการมีความเข้าใจในระบบงานที่ถูกต้อง บทความนี้จะสรุปขั้นตอนการเช็คเบี้ยและแจ้งงานที่เข้าใจง่าย รวมถึงเอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมเพื่อให้งานของคุณจบไวและราบรื่นที่สุด สำหรับใครที่ อยากเป็นตัวแทนขายประกันรถยนต์ หรือสนใจ สมัครขายประกันรถยนต์ ที่นี่คือโอกาสดีของคุณ

สารบัญ

คู่มือเริ่มต้นสำหรับคน อยากเป็นตัวแทนขายประกันรถยนต์ กับศรีกรุงโบรคเกอร์

การทำงานกับ ศรีกรุงโบรคเกอร์ ให้ราบรื่นและมืออาชีพ หัวใจสำคัญคือ “ความถูกต้องของเอกสาร” และ “ความรวดเร็วในการประสานงาน” ครับ ไม่ว่าคุณจะเป็นสมาชิกใหม่หรือทำเป็นอาชีพหลัก บทความนี้จะสรุปขั้นตอนการเช็คเบี้ยและแจ้งงานแบบเข้าใจง่าย จบในที่เดียว

1. เอกสารที่ต้องใช้ (เตรียมให้พร้อม งานจบไว)

ก่อนที่คุณจะทักหาเจ้าหน้าที่หรือคีย์ระบบ สิ่งแรกที่คุณต้องมีคือมีข้อมูลครบในการขอเช็คเบี้ย โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ ดังนี้:

ระยะเช็คเบี้ย (เพื่อขอราคา)

  • สำเนาทะเบียนรถ (รายการจดทะเบียน): เพื่อดูยี่ห้อ รุ่น ปีจดทะเบียน และเลขตัวถัง

  • กรมธรรม์เดิม (หน้าตารางกรมธรรม์): (ถ้ามี) ข้อนี้สำคัญมาก เพราะจะช่วยให้เราเช็ค “ส่วนลดประวัติดี”  จากที่เดิมได้ ทำให้ได้ราคาที่ถูกลงหรือความคุ้มครองที่ต่อเนื่อง

  • เบี้ยปีต่อจากบริษัทประกันเดิม ( ถ้ามี )

กรณีลูกค้า ให้แต่กรมธรรม์เดิม(สำคัญต้องมีทุกครั้งเมื่อเช็คเบี้ย) แต่เอกสารกรมธรรม์เดิมไม่มี ให้สอบถามลูกค้าด้วยว่าเดิมเคยทำประกันกับบริษัทไหนมาก่อน เพื่อจะได้ส่งเช็คเบี้ยโอนโค๊ดให้ซึ่งเบี้ยต้องรอบางบริษัทได้เร็วเช่นวิริยะ LMG Allianz กรุงเทพประกันภัย โอนย้ายงานง่าย แต่นอกเหนือจากนี้จะมีเงื่อนไขได้เบี้ยวันสุดท้ายเช่นธนชาต หรือโอนย้ายไม่ได้แล้วแต่บริษัทฯ ต้องปรึกษากับเจ้าหน้าที่ที่เราแจ้งงานเพื่อขอคำแนะนำได้ค่ะ

แต่ถ้าเช็คที่ใหม่ เบี้ยใหม่ทางเจ้าหน้าที่จะออกใบเสนอราคาให้ได้เลย

หมายเหตุ :สอบถามลูกค้าเพิ่มเติม มีการตกแต่งเพิ่มเติมหรือเปล่า เช่น เปลี่ยนล้อแม็คใหม่ มีการตกแต่งเพิ่มเติมจากเดิมที่ไหนบ้าง ขอรูปถ่ายและ ขอใบเสร็จค่าล้อแม็คและค่าตกแต่งมาด้วย เพื่อจะได้รับความคุ้มครองเพิ่มเติม ซึ่งอาจจะมีการเพิ่มเบี้ย

กรณีไม่มีการแจ้งเรื่องของอุปกรณ์ประดับตกแต่ง โดยทั่วไปบริษัทประกันจะคุ้มครองค่าอุปกรณ์ตกแต่งในวงเงิน 20,000 บาท

กรณี่ลูกค้าไม่ให้เอกสารในการเช็คเบี้ยแจ้งงาน

สันนิษฐานเบื้องต้นได้ก่อนเลยว่า ลูกค้าต้องการช็อปปิ้งเบี้ย คือมีเบี้ยที่ได้อยู่ในมือแล้ว อยากรู้เบี้ยประกันที่อื่นๆ มาเปรียบเทียบ

เวลาขอเอกสารถ้าลูกค้าไม่ให้ข้อมูลอะไรเลย จะบอกว่าปิดงานค่อนข้างยาก ลูกค้าจะเอาเบี้ยถูกสุด โดยไม่ดูความคุ้มครองหน้าตารางอะไรเปรียบเทียบเลย ต้องทำความเข้าใจกับลูกค้าว่าเบี้ยถูก แพง ขึ้นกับความคุ้มครองหน้าตารางกรมธรรม์ด้วย เวลาเกิดเหตุความคุ้มครองที่น้อยหมายถึงเราต้องรับผิดชอบค่าส่วนต่างเอง ซึ่งมันได้ไม่คุ้มเสีย

ข้อมูลที่ขอ ยี่ห้อ รุ่น รถ ปี CC รถ ลักษณะการใช้งาน อุปกรณ์เสริม เพิ่มเติม

ส่งข้อมูลนี้ให้เจ้าหน้าที่เช็คเบี้ยได้เลยค่ะ ต้องบอกก่อนว่าบางคันเช็คเบี้ยได้ บางคันเช็คเบี้ยไม่ได้ เพราะรายละเอียดรถไม่พอ อันนี้ต้องแจ้งให้ลูกค้ารับทราบ

เอกสารเช็คเบี้ยแจ้งงาน
เอกสารเช็คเบี้ยแจ้งงาน

ระยะเช็คเบี้ย (ทริคเพิ่มเติมให้ปิดงานขายได้)

งานรถบรรทุก ( จะต้องขอเอกสารเพิ่มเติม )

  • รูปถ่ายรถเพิ่มเติม ให้เห็นว่ามีการต่อเติมคอก โครงหลังคา ถ่ายด้านหน้า ด้านข้าง ด้านหลัง
  • แจ้งว่ามีการเสริมแหนบ / เพลา มาด้วยหรือเปล่า
  • ขอใบเสร็จ ที่ต่อเติมมาด้วย โดยแจ้งลูกค้าว่า เพื่อจะได้คลอบคลุมอุปกรณ์ต่อเติม เพราะปกติ บริษัทประกันจะคุ้มครองตัวรถจากโรงงานเดิมๆ ไม่คลอบคลุมถึง อุปกรณ์ที่ต่อเติมภายหลัง ถ้าไม่ได้แจ้งมา แต่…เบี้ยประกันอาจจะเพิ่มตามมา ขึ้นกับลูกค้าว่าจะเพิ่มความคุ้มครองไหม๊
  • สอบถามลูกค้าด้วยว่าใช้บรรทุกอะไร ใช้รับจ้างขนส่งหรือไม่

 

รูปเช็คโอนโค็ด

งานรถยนต์ ( งานโอนโค๊ด )

งานโอนโค้ด  คือ งานของลูกค้า ที่นายหน้าศรีกรุงโบรคเกอร์ ดึงงานประกันภัยเดิมของผู้เอาประกันภัยจากตัวแทน/นายหน้าคนอื่น หรือจากบริษัทประกันภัยโดยตรง ให้มาอยู่ในความดูแลของศรีกรุงโบรคเกอร์ เพื่อให้สมาชิกสามารถรับค่าคอมมิชชั่นหรือส่วนลดเบี้ยประกัน โดยที่ลูกค้ายังคงทำประกันกับบริษัทประกันภัยเดิมและได้ประวัติเดิม ไม่ต้องตรวจรถ

งานโอนโค๊ด

งานประเภทนี้ เนื่องจากเป็นงานที่มีเจ้าของงานอยู่ จึงต้องใช้เอกสารใบคำขอที่มีลายเซ็นต์ผู้เอาประกันและบัตรประชาชนไวด้้วย เพื่อใช้ในการขอเบี้ยกับบริษัทประกัน โดยต้องมีเอกสารดังนี้

1.แบบฟอร์มโอนโค๊ดของบริษัทประกันภัย ขอกับเจ้าหน้าที่ที่เราแจ้งงานได้

2.สำเนาหน้ารายการจดทะเบียนรถ

3.ใบเตือนต่ออายุ และ เอกสารกรมธรรม์ปีที่ผ่านมา ( หรือต้องมีเอกสารอย่างใดอย่างหนึ่ง)

4.สำเนาบัตรประชาชนของผู้เอาประกัน โดยต้องมีการขีดคร่อมเอกสาร เขียนว่า ” ยินมยอมให้ศรีกรุง โบรคเกอร์ เป็นผู้ดูแลงาน ” เซ็นต์ชื่อ ด้วยปากกกาน้ำเงิน

ส่งเอกสารให้เจ้าหน้าที่ที่รับแจ้งงาน 

***แจ้งกับลูกค้าด้วยว่า เอกสารที่ส่งให้ทางศรีกรุงฯ ไม่เป็นการผูกมัดว่าต้องมาแจ้งงานกับเรา เพียงแต่เราต้องมีเอกสารในการเช็คเบี้ยประกันกับบริษัทเดิม เพราะถ้าไม่มี ทางบริษัทประกันจะไม่ยอมให้เบี้

เอกสารงานโอนโค๊ด

ระยะแจ้งงาน (เพื่อออกกรมธรรม์)

เมื่อลูกค้าตกลองเลือกบริษัทประกันภัยที่จะทำได้แล้ว สิ่งที่เราจะต้องขอข้อมูลกับลูกค้าเพิ่มเติม

  • สำเนาบัตรประชาชน: ของผู้เอาประกันภัย (ขีดคร่อมระบุ “ใช้เพื่อทำประกันภัยรถยนต์กับ…เท่านั้น”)…บางบริษัทฯจะขอ

  • สลิปโอนเงิน: ยอดเบี้ยประกันที่หักส่วนลดสมาชิกแล้ว (Net Premium)

  • วันเริ่มคุ้มครอง: ระบุวันที่และเวลาที่ต้องการให้ประกันเริ่มคุ้มครอง

  • เบอร์โทรศัพท์และที่อยู่จัดส่ง: สำหรับส่งกรมธรรม์ตัวจริง

แนะนำก่อนแจ้งงานเข้าระบบ ให้ตรวจสอบ ชื่อนามสกุล เลขทะเบียนรถ วันคุ้มครอง เลขตัวถัง**สำคัญห้ามผิดเด็ดขาด

ต้องตรวจสอบทุกจุด อย่าไว้ใจเจ้าหน้าที่เกินไป เราต้องช่วยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้วย เพราะคนที่รับหน้ากับลูกค้า คือเราไม่ใช่เจ้าหน้าที่ค่ะ เป็นหน้าที่ของนายหน้ามืออาชีพด้วย

การทำงานของนายหน้าประกันภัยมืออาชีพคือการผันตัวเองจาก “คนขาย” ไปสู่การเป็น “ที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงที่แท้จริง” โดยเริ่มต้นจากการรับฟังและวิเคราะห์ความต้องการหรือปัญหา (Pain Point) ของลูกค้าอย่างรอบด้าน เพื่อนำเสนอแนวทางการปกป้องที่คุ้มค่าและตรงจุดที่สุด

2. วิธีการเช็คเบี้ยประกันภัย

เช็คผ่านเจ้าหน้าที่ (Line Official):

สมาชิกใหม่สามารถส่งเข้ากลุ่มไลน์ หรือทักหาส่วนตัวได้เลย และสามารถแจ้งงานกับเจ้าหน้าที่ได้ทั่วประเทศ 

เจ้าหน้าที่ยินดีที่จะให้บริการสมาชิกทุกคน เนื่องจากพนักงานเองก็มี KPI ในการรับแจ้งงานจากลูกค้า สมาชิก เช่นเดียวกัน เราทำงานต่างพึงพาอาศัยกัน 

ส่งรูปถ่ายสำเนาทะเบียนรถและกรมธรรม์เดิมให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายในกลุ่ม Line ของสาขาที่คุณสังกัด วิธีนี้ดีที่สุดสำหรับมือใหม่ เพราะเจ้าหน้าที่มักจะคัดเลือกแผนที่ “คุ้มที่สุด” หรือ “บริษัทที่อนุมัติง่าย” มาให้เราเลย

ถ้าเป็นเบี้ยชั้น 1 ต้องส่งเช็คกับเจ้าหน้าที่ดีที่สุด เพราะถ้าลูกค้ามีส่วนลดประวัติดี หรือมีการเคลม เบี้ยอาจจะมีการปรับลด/เพิ่ม ต้องขอเบี้ยกับบริษัทประกันภัยตรงเท่านั้น 

เช็คด้วยตัวเองผ่านระบบออนไลน์:

ล็อคอินเข้าเว็บไซต์ คลิ๊ก >>> insure.724.co.th  เปรียบเทียบเบี้ยจากหลายบริษัทได้ทันที เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความรวดเร็วและเปรียบเทียบราคาด้วยตัวเอง

แต่มีข้อที่ควรระวัง เบี้ยประกันชั้น 1 ต้องส่งเช็คเบี้ยกับเจ้าหน้าที่เท่านั้น ไม่แนะนำเช็คเบี้ยเอง

สำหรับเบี้ยที่ได้ ถ้าไม่แน่ใจให้ส่งใบเสนอราคาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ก่อนที่จะส่งให้ลูกค้าโอนเงินจริง

ต้องบอกก่อนว่าถ้าเป็นเบี้ยแพคเกจ เป็นประเภท 2-5 เราสามารถใช้เบี้ยตาม ใบเสนอราคา 724 ได้เลย แต่ถ้าเป็นประเภท 1 แนะนำ ยืนยันกับเจ้าหน้าที่สาขาของศรีกรุงได้ทุกสาขา ก่อนแจ้งงานค่ะ

3. ขั้นตอนการแจ้งงาน (Notification Process)

เมื่อคุณปิดการขายได้แล้ว ไม่ว่าจะปิดสมัคร หรือไม่ปิดสมัครลูกค้าเข้าก็ตาม และลูกค้าตัดสินใจเลือกบริษัทประกันได้แล้ว ให้ดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้:

อ้างอิง : การปิดการขายให้ “ง่ายและไว” ไม่ใช่เรื่องของการยัดเยียด แต่คือการทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า “นี่คือการตัดสินใจที่คุ้มค่าและปลอดภัยที่สุด” โดยเฉพาะในธุรกิจประกันภัยที่เน้นความไว้วางใจ นี่คือ 2 ย่อหน้าสรุปเทคนิคการปิดงานแบบมือโปร >>> แบบประกัน

ข้อมูลที่ต้องแจ้งให้พนักงานเมื่อส่งแจ้งงาน

ก่อนอื่นเมื่อลูกค้าเลือกบริษัทประกันแล้ว ถ้าลูกค้าต้องการทำประกัน ให้โอนเงินเข้าบัญชีศรีกรุง หรือ บัญชีขอบริษัทประกันภัยได้โดยตรง

โดยเรามีวิธีการชำระเบี้ย ให้ลูกค้าได้หลายช่องทาง

  1. ชำระเงินสด – โอนเข้าบัญชีศรีกรุง หรือ บัญชีขอบริษัทประกันภัยได้โดยตรง
  2. ชำระบัตรเครดิต – จะมี 2 รูปแบบ
    1. แบบตัดเต็ม
    2. แบบผ่อนชำระ – ขอราละเอียดการผ่อนกับเจ้าหน้าที่ที่เราแจ้งงานได้ จะมีโปรผ่อนตามเงื่อนไขของบริษัทประกันที่เราเลือก

เงื่อนไขการใช้บัตรเครดิต : ต้องเป็นบัตรของผู้เอาประกัน หรือมีนามสกุลที่ตรงกับผุ้เอาประกันเท่านั้น ถ้าใช้บัตรอื่น จะมีค่าธรรมเนียมการรูด

     3. ชำระผ่อนเงินสด เราเลือกผ่อนกับ Lucy Leasing ได้ โดยสามารถผ่อนได้สูงสุด 12 งวด จำนวนงวดขึ้นกับค่าคอมที่เราได้

ตัวอย่าง รถ Toyota ทำประกันวิริยะ ชั้น 1 เบี้ย 15,000 ลูกค้าต้องการผ่อน 10 งวด

ตกงวดละ 1500 บาท * 10 เดือน จะไม่มีดอกเบี้ยในการผ่อน

โดยต้องทำเอกสารผ่อนให้ลูกค้าเซ็นต์ ใช้สำเนาบัตรประชาชนของลูกค้า 

โดยงวดแรกลูกค้าจะต้องทำการโอนสลิปเข้ามาในบัญชีลักกี้ลิสซิ่ง คนละบัญชีกับโอนเงินค่าพรบ.เป็นบัญชีของศรีกรุงโบรคเกอร์ ***ถ้าท่านโอนผิดต้องทำเรื่องคืนเงิน และโอนเข้าไปใหม่ ฉะนั้นให้ระมัดระวังบัญชีที่โอนด้วยค่ะ

บัญชีลัคกี้ ลิสซิ่ง ให้บริการผ่อนประกันเงินสดกับลูกค้า
บัญชีลัคกี้
เอกสารแจ้งงานเงินผ่อน

บทสรุป

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

เป็นเรื่องปกติมาก ที่นายหน้ามือใหม่จะเจอกับคำถาม “ทำไมเบี้ยแพงกว่าที่อื่น?” หรือ “บริษัทนี้ไม่เห็นรู้จักเลย จะเคลมได้เหรอ?” เทคนิคการรับมือให้เป็นมืออาชีพตามสไตล์ศรีกรุงโบรคเกอร์มีดังนี้

อย่าเพิ่งลดราคาหรือยอมแพ้ ให้ใช้เทคนิค “เปรียบเทียบที่รายละเอียด” เพราะประกันที่ราคาต่างกัน มักมีความต่างที่ซ่อนอยู่:

  • เช็คทุนประกัน: หลายครั้งที่เบี้ยถูกกว่าเพราะ “ลดทุนประกัน” ลง เช่น ของเราทุน 500,000 แต่คู่แข่งให้แค่ 400,000 บาท ให้ชี้ให้ลูกค้าเห็นว่าหากเกิดเหตุรถหายหรือชนหนัก ทุนที่สูงกว่าจะคุ้มครองภาระหนี้ไฟแนนซ์ได้ดีกว่า

  • เช็คความรับผิดส่วนแรก (Deductible): เบี้ยที่ถูกผิดปกติมักมีค่าเสียหายส่วนแรก (เช่น ต้องจ่ายเอง 3,000-5,000 บาทเมื่อเป็นฝ่ายผิด) ให้ถามลูกค้าว่า “อยากจ่ายเบี้ยถูกตอนซื้อ หรืออยากสบายใจตอนเคลมแบบไม่ต้องจ่ายเพิ่ม?”

  • บริการเสริม: เน้นจุดเด่นของศรีกรุง เช่น บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. (Roadside Assistance), รถใช้ระหว่างซ่อม หรือความสะดวกในการเข้าซ่อมในเครือที่มีอยู่ทั่วประเทศ

  • ใช้สิทธิสมาชิก: หากเบี้ยสูงจริง ให้เสนอ “การสมัครสมาชิกศรีกรุง” เพื่อรับส่วนลดราคาทุน ซึ่งจะทำให้เบี้ยถูกลงกว่าการซื้อผ่านตัวแทนทั่วไปทันที

ลูกค้ามักจะมั่นใจแค่ชื่อ 2-3 บริษัทใหญ่ๆ หน้าที่ของเราคือสร้างความมั่นใจในพันธมิตรของศรีกรุง:

  • เน้นความเป็นมืออาชีพของศรีกรุง: บอกลูกค้าว่า “ศรีกรุงโบรคเกอร์คัดเลือกเฉพาะบริษัทที่มั่นคงและมีประวัติการเคลมที่ดีมาไว้ในระบบเท่านั้น” เราไม่นำบริษัทที่มีความเสี่ยงมาให้ลูกค้าแน่นอน

  • ชูจุดเด่นเฉพาะตัว: ทุกบริษัทมีจุดแข็งต่างกัน เช่น บางบริษัทเด่นเรื่องรถยุโรป, บางบริษัทมีอู่ในเครือเยอะในเขตที่ลูกค้าพักอาศัย หรือบางบริษัทเป็นบริษัทข้ามชาติระดับโลก (เช่น Allianz, MSIG, AXA) ที่มีความมั่นคงทางการเงินสูงมาก

  • เปิดรีวิวหรืออันดับความมั่นคง: โชว์ข้อมูลจาก คปภ. หรือรางวัลที่บริษัทนั้นๆ ได้รับ เพื่อยืนยันว่าถึงชื่อจะไม่คุ้นหู แต่เป็นบริษัทที่จดทะเบียนถูกต้องและมีเงินสำรองประกันภัยมหาศัย

ลองนำเทคนิคนี้ไปปรับใช้ในการพูดคุยครับ:

  1. Feel (เข้าใจ): “ผม/หนู เข้าใจเลยครับที่พี่กังวลเรื่องชื่อบริษัท/เรื่องราคา…” (แสดงความเห็นใจ)

  2. Felt (เจอมาเหมือนกัน): “ลูกค้าหลายคนของผมตอนแรกก็รู้สึกแบบนี้ครับว่าอยากได้บริษัทที่คุ้นชื่อมากกว่า…” (ทำให้ลูกค้าไม่รู้สึกว่าเขาแปลกที่คิดแบบนั้น)

  3. Found (แต่พบว่า): “แต่หลังจากที่เช็ครายละเอียดและดูประวัติการเคลมให้ พบว่าบริษัทนี้ให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมกว่าในราคาที่คุ้มค่า และมีอู่ซ่อมใกล้บ้านพี่พอดีเลยครับ” (เสนอทางออกที่พิสูจน์ได้)

จำไว้ว่า: หน้าที่ของเราไม่ใช่แค่การขายของถูก แต่คือการขาย “ความคุ้มครองที่ถูกต้อง” ในวันที่ลูกค้าเกิดอุบัติเหตุ