- 7 พฤษภาคม 2026
- ประกันภัยรถยนต์
- 137 Views
การทำงานร่วมกับ ศรีกรุงโบรคเกอร์ เพื่อให้ได้รับรายได้และสร้างธุรกิจที่ยั่งยืนนั้น หัวใจสำคัญคือการมีความเข้าใจในระบบงานที่ถูกต้อง บทความนี้จะสรุปขั้นตอนการเช็คเบี้ยและแจ้งงานที่เข้าใจง่าย รวมถึงเอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมเพื่อให้งานของคุณจบไวและราบรื่นที่สุด สำหรับใครที่ อยากเป็นตัวแทนขายประกันรถยนต์ หรือสนใจ สมัครขายประกันรถยนต์ ที่นี่คือโอกาสดีของคุณ
สารบัญ
คู่มือเริ่มต้นสำหรับคน อยากเป็นตัวแทนขายประกันรถยนต์ กับศรีกรุงโบรคเกอร์
การทำงานกับ ศรีกรุงโบรคเกอร์ ให้ราบรื่นและมืออาชีพ หัวใจสำคัญคือ “ความถูกต้องของเอกสาร” และ “ความรวดเร็วในการประสานงาน” ครับ ไม่ว่าคุณจะเป็นสมาชิกใหม่หรือทำเป็นอาชีพหลัก บทความนี้จะสรุปขั้นตอนการเช็คเบี้ยและแจ้งงานแบบเข้าใจง่าย จบในที่เดียว
1. เอกสารที่ต้องใช้ (เตรียมให้พร้อม งานจบไว)
ก่อนที่คุณจะทักหาเจ้าหน้าที่หรือคีย์ระบบ สิ่งแรกที่คุณต้องมีคือมีข้อมูลครบในการขอเช็คเบี้ย โดยแบ่งเป็น 2 ระยะ ดังนี้:
ระยะเช็คเบี้ย (เพื่อขอราคา)
สำเนาทะเบียนรถ (รายการจดทะเบียน): เพื่อดูยี่ห้อ รุ่น ปีจดทะเบียน และเลขตัวถัง
กรมธรรม์เดิม (หน้าตารางกรมธรรม์): (ถ้ามี) ข้อนี้สำคัญมาก เพราะจะช่วยให้เราเช็ค “ส่วนลดประวัติดี” จากที่เดิมได้ ทำให้ได้ราคาที่ถูกลงหรือความคุ้มครองที่ต่อเนื่อง
- เบี้ยปีต่อจากบริษัทประกันเดิม ( ถ้ามี )
กรณีลูกค้า ให้แต่กรมธรรม์เดิม(สำคัญต้องมีทุกครั้งเมื่อเช็คเบี้ย) แต่เอกสารกรมธรรม์เดิมไม่มี ให้สอบถามลูกค้าด้วยว่าเดิมเคยทำประกันกับบริษัทไหนมาก่อน เพื่อจะได้ส่งเช็คเบี้ยโอนโค๊ดให้ซึ่งเบี้ยต้องรอบางบริษัทได้เร็วเช่นวิริยะ LMG Allianz กรุงเทพประกันภัย โอนย้ายงานง่าย แต่นอกเหนือจากนี้จะมีเงื่อนไขได้เบี้ยวันสุดท้ายเช่นธนชาต หรือโอนย้ายไม่ได้แล้วแต่บริษัทฯ ต้องปรึกษากับเจ้าหน้าที่ที่เราแจ้งงานเพื่อขอคำแนะนำได้ค่ะ
แต่ถ้าเช็คที่ใหม่ เบี้ยใหม่ทางเจ้าหน้าที่จะออกใบเสนอราคาให้ได้เลย
หมายเหตุ :สอบถามลูกค้าเพิ่มเติม มีการตกแต่งเพิ่มเติมหรือเปล่า เช่น เปลี่ยนล้อแม็คใหม่ มีการตกแต่งเพิ่มเติมจากเดิมที่ไหนบ้าง ขอรูปถ่ายและ ขอใบเสร็จค่าล้อแม็คและค่าตกแต่งมาด้วย เพื่อจะได้รับความคุ้มครองเพิ่มเติม ซึ่งอาจจะมีการเพิ่มเบี้ย
กรณีไม่มีการแจ้งเรื่องของอุปกรณ์ประดับตกแต่ง โดยทั่วไปบริษัทประกันจะคุ้มครองค่าอุปกรณ์ตกแต่งในวงเงิน 20,000 บาท
กรณี่ลูกค้าไม่ให้เอกสารในการเช็คเบี้ยแจ้งงาน
สันนิษฐานเบื้องต้นได้ก่อนเลยว่า ลูกค้าต้องการช็อปปิ้งเบี้ย คือมีเบี้ยที่ได้อยู่ในมือแล้ว อยากรู้เบี้ยประกันที่อื่นๆ มาเปรียบเทียบ
เวลาขอเอกสารถ้าลูกค้าไม่ให้ข้อมูลอะไรเลย จะบอกว่าปิดงานค่อนข้างยาก ลูกค้าจะเอาเบี้ยถูกสุด โดยไม่ดูความคุ้มครองหน้าตารางอะไรเปรียบเทียบเลย ต้องทำความเข้าใจกับลูกค้าว่าเบี้ยถูก แพง ขึ้นกับความคุ้มครองหน้าตารางกรมธรรม์ด้วย เวลาเกิดเหตุความคุ้มครองที่น้อยหมายถึงเราต้องรับผิดชอบค่าส่วนต่างเอง ซึ่งมันได้ไม่คุ้มเสีย
ข้อมูลที่ขอ ยี่ห้อ รุ่น รถ ปี CC รถ ลักษณะการใช้งาน อุปกรณ์เสริม เพิ่มเติม
ส่งข้อมูลนี้ให้เจ้าหน้าที่เช็คเบี้ยได้เลยค่ะ ต้องบอกก่อนว่าบางคันเช็คเบี้ยได้ บางคันเช็คเบี้ยไม่ได้ เพราะรายละเอียดรถไม่พอ อันนี้ต้องแจ้งให้ลูกค้ารับทราบ
ระยะเช็คเบี้ย (ทริคเพิ่มเติมให้ปิดงานขายได้)
งานรถบรรทุก ( จะต้องขอเอกสารเพิ่มเติม )
- รูปถ่ายรถเพิ่มเติม ให้เห็นว่ามีการต่อเติมคอก โครงหลังคา ถ่ายด้านหน้า ด้านข้าง ด้านหลัง
- แจ้งว่ามีการเสริมแหนบ / เพลา มาด้วยหรือเปล่า
- ขอใบเสร็จ ที่ต่อเติมมาด้วย โดยแจ้งลูกค้าว่า เพื่อจะได้คลอบคลุมอุปกรณ์ต่อเติม เพราะปกติ บริษัทประกันจะคุ้มครองตัวรถจากโรงงานเดิมๆ ไม่คลอบคลุมถึง อุปกรณ์ที่ต่อเติมภายหลัง ถ้าไม่ได้แจ้งมา แต่…เบี้ยประกันอาจจะเพิ่มตามมา ขึ้นกับลูกค้าว่าจะเพิ่มความคุ้มครองไหม๊
- สอบถามลูกค้าด้วยว่าใช้บรรทุกอะไร ใช้รับจ้างขนส่งหรือไม่
งานรถยนต์ ( งานโอนโค๊ด )
งานโอนโค้ด คือ งานของลูกค้า ที่นายหน้าศรีกรุงโบรคเกอร์ ดึงงานประกันภัยเดิมของผู้เอาประกันภัยจากตัวแทน/นายหน้าคนอื่น หรือจากบริษัทประกันภัยโดยตรง ให้มาอยู่ในความดูแลของศรีกรุงโบรคเกอร์ เพื่อให้สมาชิกสามารถรับค่าคอมมิชชั่นหรือส่วนลดเบี้ยประกัน โดยที่ลูกค้ายังคงทำประกันกับบริษัทประกันภัยเดิมและได้ประวัติเดิม ไม่ต้องตรวจรถ
งานประเภทนี้ เนื่องจากเป็นงานที่มีเจ้าของงานอยู่ จึงต้องใช้เอกสารใบคำขอที่มีลายเซ็นต์ผู้เอาประกันและบัตรประชาชนไวด้้วย เพื่อใช้ในการขอเบี้ยกับบริษัทประกัน โดยต้องมีเอกสารดังนี้
1.แบบฟอร์มโอนโค๊ดของบริษัทประกันภัย ขอกับเจ้าหน้าที่ที่เราแจ้งงานได้
2.สำเนาหน้ารายการจดทะเบียนรถ
3.ใบเตือนต่ออายุ และ เอกสารกรมธรรม์ปีที่ผ่านมา ( หรือต้องมีเอกสารอย่างใดอย่างหนึ่ง)
4.สำเนาบัตรประชาชนของผู้เอาประกัน โดยต้องมีการขีดคร่อมเอกสาร เขียนว่า ” ยินมยอมให้ศรีกรุง โบรคเกอร์ เป็นผู้ดูแลงาน ” เซ็นต์ชื่อ ด้วยปากกกาน้ำเงิน
ส่งเอกสารให้เจ้าหน้าที่ที่รับแจ้งงาน
***แจ้งกับลูกค้าด้วยว่า เอกสารที่ส่งให้ทางศรีกรุงฯ ไม่เป็นการผูกมัดว่าต้องมาแจ้งงานกับเรา เพียงแต่เราต้องมีเอกสารในการเช็คเบี้ยประกันกับบริษัทเดิม เพราะถ้าไม่มี ทางบริษัทประกันจะไม่ยอมให้เบี้
ระยะแจ้งงาน (เพื่อออกกรมธรรม์)
เมื่อลูกค้าตกลองเลือกบริษัทประกันภัยที่จะทำได้แล้ว สิ่งที่เราจะต้องขอข้อมูลกับลูกค้าเพิ่มเติม
สำเนาบัตรประชาชน: ของผู้เอาประกันภัย (ขีดคร่อมระบุ “ใช้เพื่อทำประกันภัยรถยนต์กับ…เท่านั้น”)…บางบริษัทฯจะขอ
สลิปโอนเงิน: ยอดเบี้ยประกันที่หักส่วนลดสมาชิกแล้ว (Net Premium)
วันเริ่มคุ้มครอง: ระบุวันที่และเวลาที่ต้องการให้ประกันเริ่มคุ้มครอง
เบอร์โทรศัพท์และที่อยู่จัดส่ง: สำหรับส่งกรมธรรม์ตัวจริง
แนะนำก่อนแจ้งงานเข้าระบบ ให้ตรวจสอบ ชื่อนามสกุล เลขทะเบียนรถ วันคุ้มครอง เลขตัวถัง**สำคัญห้ามผิดเด็ดขาด
ต้องตรวจสอบทุกจุด อย่าไว้ใจเจ้าหน้าที่เกินไป เราต้องช่วยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบด้วย เพราะคนที่รับหน้ากับลูกค้า คือเราไม่ใช่เจ้าหน้าที่ค่ะ เป็นหน้าที่ของนายหน้ามืออาชีพด้วย
การทำงานของนายหน้าประกันภัยมืออาชีพคือการผันตัวเองจาก “คนขาย” ไปสู่การเป็น “ที่ปรึกษาด้านความเสี่ยงที่แท้จริง” โดยเริ่มต้นจากการรับฟังและวิเคราะห์ความต้องการหรือปัญหา (Pain Point) ของลูกค้าอย่างรอบด้าน เพื่อนำเสนอแนวทางการปกป้องที่คุ้มค่าและตรงจุดที่สุด
2. วิธีการเช็คเบี้ยประกันภัย
เช็คผ่านเจ้าหน้าที่ (Line Official):
สมาชิกใหม่สามารถส่งเข้ากลุ่มไลน์ หรือทักหาส่วนตัวได้เลย และสามารถแจ้งงานกับเจ้าหน้าที่ได้ทั่วประเทศ
เจ้าหน้าที่ยินดีที่จะให้บริการสมาชิกทุกคน เนื่องจากพนักงานเองก็มี KPI ในการรับแจ้งงานจากลูกค้า สมาชิก เช่นเดียวกัน เราทำงานต่างพึงพาอาศัยกัน
ส่งรูปถ่ายสำเนาทะเบียนรถและกรมธรรม์เดิมให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายในกลุ่ม Line ของสาขาที่คุณสังกัด วิธีนี้ดีที่สุดสำหรับมือใหม่ เพราะเจ้าหน้าที่มักจะคัดเลือกแผนที่ “คุ้มที่สุด” หรือ “บริษัทที่อนุมัติง่าย” มาให้เราเลย
ถ้าเป็นเบี้ยชั้น 1 ต้องส่งเช็คกับเจ้าหน้าที่ดีที่สุด เพราะถ้าลูกค้ามีส่วนลดประวัติดี หรือมีการเคลม เบี้ยอาจจะมีการปรับลด/เพิ่ม ต้องขอเบี้ยกับบริษัทประกันภัยตรงเท่านั้น
เช็คด้วยตัวเองผ่านระบบออนไลน์:
ล็อคอินเข้าเว็บไซต์ คลิ๊ก >>> insure.724.co.th เปรียบเทียบเบี้ยจากหลายบริษัทได้ทันที เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความรวดเร็วและเปรียบเทียบราคาด้วยตัวเอง
แต่มีข้อที่ควรระวัง เบี้ยประกันชั้น 1 ต้องส่งเช็คเบี้ยกับเจ้าหน้าที่เท่านั้น ไม่แนะนำเช็คเบี้ยเอง
สำหรับเบี้ยที่ได้ ถ้าไม่แน่ใจให้ส่งใบเสนอราคาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ก่อนที่จะส่งให้ลูกค้าโอนเงินจริง
ต้องบอกก่อนว่าถ้าเป็นเบี้ยแพคเกจ เป็นประเภท 2-5 เราสามารถใช้เบี้ยตาม ใบเสนอราคา 724 ได้เลย แต่ถ้าเป็นประเภท 1 แนะนำ ยืนยันกับเจ้าหน้าที่สาขาของศรีกรุงได้ทุกสาขา ก่อนแจ้งงานค่ะ
3. ขั้นตอนการแจ้งงาน (Notification Process)
เมื่อคุณปิดการขายได้แล้ว ไม่ว่าจะปิดสมัคร หรือไม่ปิดสมัครลูกค้าเข้าก็ตาม และลูกค้าตัดสินใจเลือกบริษัทประกันได้แล้ว ให้ดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้:
อ้างอิง : การปิดการขายให้ “ง่ายและไว” ไม่ใช่เรื่องของการยัดเยียด แต่คือการทำให้ลูกค้ารู้สึกว่า “นี่คือการตัดสินใจที่คุ้มค่าและปลอดภัยที่สุด” โดยเฉพาะในธุรกิจประกันภัยที่เน้นความไว้วางใจ นี่คือ 2 ย่อหน้าสรุปเทคนิคการปิดงานแบบมือโปร >>> แบบประกัน
ข้อมูลที่ต้องแจ้งให้พนักงานเมื่อส่งแจ้งงาน
ก่อนอื่นเมื่อลูกค้าเลือกบริษัทประกันแล้ว ถ้าลูกค้าต้องการทำประกัน ให้โอนเงินเข้าบัญชีศรีกรุง หรือ บัญชีขอบริษัทประกันภัยได้โดยตรง
โดยเรามีวิธีการชำระเบี้ย ให้ลูกค้าได้หลายช่องทาง
- ชำระเงินสด – โอนเข้าบัญชีศรีกรุง หรือ บัญชีขอบริษัทประกันภัยได้โดยตรง
- ชำระบัตรเครดิต – จะมี 2 รูปแบบ
- แบบตัดเต็ม
- แบบผ่อนชำระ – ขอราละเอียดการผ่อนกับเจ้าหน้าที่ที่เราแจ้งงานได้ จะมีโปรผ่อนตามเงื่อนไขของบริษัทประกันที่เราเลือก
เงื่อนไขการใช้บัตรเครดิต : ต้องเป็นบัตรของผู้เอาประกัน หรือมีนามสกุลที่ตรงกับผุ้เอาประกันเท่านั้น ถ้าใช้บัตรอื่น จะมีค่าธรรมเนียมการรูด
3. ชำระผ่อนเงินสด เราเลือกผ่อนกับ Lucy Leasing ได้ โดยสามารถผ่อนได้สูงสุด 12 งวด จำนวนงวดขึ้นกับค่าคอมที่เราได้
ตัวอย่าง รถ Toyota ทำประกันวิริยะ ชั้น 1 เบี้ย 15,000 ลูกค้าต้องการผ่อน 10 งวด
ตกงวดละ 1500 บาท * 10 เดือน จะไม่มีดอกเบี้ยในการผ่อน
โดยต้องทำเอกสารผ่อนให้ลูกค้าเซ็นต์ ใช้สำเนาบัตรประชาชนของลูกค้า
โดยงวดแรกลูกค้าจะต้องทำการโอนสลิปเข้ามาในบัญชีลักกี้ลิสซิ่ง คนละบัญชีกับโอนเงินค่าพรบ.เป็นบัญชีของศรีกรุงโบรคเกอร์ ***ถ้าท่านโอนผิดต้องทำเรื่องคืนเงิน และโอนเข้าไปใหม่ ฉะนั้นให้ระมัดระวังบัญชีที่โอนด้วยค่ะ
บทสรุป
Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.
เป็นเรื่องปกติมาก ที่นายหน้ามือใหม่จะเจอกับคำถาม “ทำไมเบี้ยแพงกว่าที่อื่น?” หรือ “บริษัทนี้ไม่เห็นรู้จักเลย จะเคลมได้เหรอ?” เทคนิคการรับมือให้เป็นมืออาชีพตามสไตล์ศรีกรุงโบรคเกอร์มีดังนี้
อย่าเพิ่งลดราคาหรือยอมแพ้ ให้ใช้เทคนิค “เปรียบเทียบที่รายละเอียด” เพราะประกันที่ราคาต่างกัน มักมีความต่างที่ซ่อนอยู่:
เช็คทุนประกัน: หลายครั้งที่เบี้ยถูกกว่าเพราะ “ลดทุนประกัน” ลง เช่น ของเราทุน 500,000 แต่คู่แข่งให้แค่ 400,000 บาท ให้ชี้ให้ลูกค้าเห็นว่าหากเกิดเหตุรถหายหรือชนหนัก ทุนที่สูงกว่าจะคุ้มครองภาระหนี้ไฟแนนซ์ได้ดีกว่า
เช็คความรับผิดส่วนแรก (Deductible): เบี้ยที่ถูกผิดปกติมักมีค่าเสียหายส่วนแรก (เช่น ต้องจ่ายเอง 3,000-5,000 บาทเมื่อเป็นฝ่ายผิด) ให้ถามลูกค้าว่า “อยากจ่ายเบี้ยถูกตอนซื้อ หรืออยากสบายใจตอนเคลมแบบไม่ต้องจ่ายเพิ่ม?”
บริการเสริม: เน้นจุดเด่นของศรีกรุง เช่น บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. (Roadside Assistance), รถใช้ระหว่างซ่อม หรือความสะดวกในการเข้าซ่อมในเครือที่มีอยู่ทั่วประเทศ
ใช้สิทธิสมาชิก: หากเบี้ยสูงจริง ให้เสนอ “การสมัครสมาชิกศรีกรุง” เพื่อรับส่วนลดราคาทุน ซึ่งจะทำให้เบี้ยถูกลงกว่าการซื้อผ่านตัวแทนทั่วไปทันที
ลูกค้ามักจะมั่นใจแค่ชื่อ 2-3 บริษัทใหญ่ๆ หน้าที่ของเราคือสร้างความมั่นใจในพันธมิตรของศรีกรุง:
เน้นความเป็นมืออาชีพของศรีกรุง: บอกลูกค้าว่า “ศรีกรุงโบรคเกอร์คัดเลือกเฉพาะบริษัทที่มั่นคงและมีประวัติการเคลมที่ดีมาไว้ในระบบเท่านั้น” เราไม่นำบริษัทที่มีความเสี่ยงมาให้ลูกค้าแน่นอน
ชูจุดเด่นเฉพาะตัว: ทุกบริษัทมีจุดแข็งต่างกัน เช่น บางบริษัทเด่นเรื่องรถยุโรป, บางบริษัทมีอู่ในเครือเยอะในเขตที่ลูกค้าพักอาศัย หรือบางบริษัทเป็นบริษัทข้ามชาติระดับโลก (เช่น Allianz, MSIG, AXA) ที่มีความมั่นคงทางการเงินสูงมาก
เปิดรีวิวหรืออันดับความมั่นคง: โชว์ข้อมูลจาก คปภ. หรือรางวัลที่บริษัทนั้นๆ ได้รับ เพื่อยืนยันว่าถึงชื่อจะไม่คุ้นหู แต่เป็นบริษัทที่จดทะเบียนถูกต้องและมีเงินสำรองประกันภัยมหาศัย
ลองนำเทคนิคนี้ไปปรับใช้ในการพูดคุยครับ:
Feel (เข้าใจ): “ผม/หนู เข้าใจเลยครับที่พี่กังวลเรื่องชื่อบริษัท/เรื่องราคา…” (แสดงความเห็นใจ)
Felt (เจอมาเหมือนกัน): “ลูกค้าหลายคนของผมตอนแรกก็รู้สึกแบบนี้ครับว่าอยากได้บริษัทที่คุ้นชื่อมากกว่า…” (ทำให้ลูกค้าไม่รู้สึกว่าเขาแปลกที่คิดแบบนั้น)
Found (แต่พบว่า): “แต่หลังจากที่เช็ครายละเอียดและดูประวัติการเคลมให้ พบว่าบริษัทนี้ให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมกว่าในราคาที่คุ้มค่า และมีอู่ซ่อมใกล้บ้านพี่พอดีเลยครับ” (เสนอทางออกที่พิสูจน์ได้)
จำไว้ว่า: หน้าที่ของเราไม่ใช่แค่การขายของถูก แต่คือการขาย “ความคุ้มครองที่ถูกต้อง” ในวันที่ลูกค้าเกิดอุบัติเหตุ


